Capsule Gold
posted on 11 Dec 2009 19:21 by immortal169อัพช้าได้อีก =w=//
ไหนๆก็ยังไม่ได้รูปแล้วขอจิ๊กรูปจากบล็อคเจ๊ทราย (Se★i) มาลงละกันนะก๊ะ *A*
edit @ 11 Dec 2009 19:44:18 by Kaeose Fravel
อัพช้าได้อีก =w=//
ไหนๆก็ยังไม่ได้รูปแล้วขอจิ๊กรูปจากบล็อคเจ๊ทราย (Se★i) มาลงละกันนะก๊ะ *A*
edit @ 11 Dec 2009 19:44:18 by Kaeose Fravel
สอบเสร็จซะที~!!!!!!!!!!!!!!!!!
เป็นไทแล้ววววววววววววววววววววววววววววววว >_<
เมื่อกี๊ตอนเดินกลับบ้านเจอทหารที่อยู่บนรถโบกมือให้ = [ ] = ' '
วันนี้ข้อเท้าแพลงแต่เช้าเลย ตอนนี้ก็ยังไม่หาย TT^TT
สอบเสร็จแล้วก็ดีอยู่หรอก แต่ได้ฟิสิกส์ 2.5 ง่ะ TT[]TT
ม่ายยยยยยยย โดนแม่ด่าแน่เลย TwT~
แต่คณิตหลักดันได้ 4 ได้มาได้ไงก็ไม่รู้ O[]o
ปวดข้อเท้าจังเลย~~~~
ทำไมเห็นแก่ตัวกันขนาดนี้...
เกลียด เกลียด เกลียด เกลียดที่สุด!!!
อยากกลับโรงเรียนเก่า
อยากย้ายห้อง
ไม่อยากอยู่อีกแล้ว
ห้องที่มีแต่พวกนั้น
ไม่ชอบเลย
เกลียดว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
จะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว
เมื่อไหร่อีก 2 ปีจะผ่านไป
อยากย้ายไปอยู่ไกลๆ
...............................................................................................
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้
Imagination is more important than knoeledge
พอดีไปเจอมาเลยเอาพิมพ์ให้อ่านเล่นๆค่ะ ^^
อาจจะพิมพ์ตกหล่นไปบ้าง ก็ขอโทษด้วยค่ะ m(_ _)m
Philosophy : Religion ปรัชญา : ศาสนา
ยิ่งจิตวิญญาณของมนุษยชาติก้าวหน้าขึ้น ข้าพเจ้ายิ่งได้ตระหนักว่าวิถีแห่งศาสนาที่แท้จริง
ไม่ได้มีพื้นฐานอยู่บนความหวาดกลัวต่อชีวิต หวั่นเกรงต่อความตาย หรือความเชื่อถืออย่างงมงาย
มองไม่เห็นตัวตน แต่ต้องมาจากปัญญาที่สร้างขึ้นจากหลักการและเหตุผล
The further the spiritual evolution of mankind advances, the more certain
it seems tome that the path to genuine religiosity dose not lie
though the fear of life , and the fear of death, and the blind faith,but
through strive after rational knowledge.
วิทยาศาสตร์ที่ปราศจากศาสนาคือคนขาพิการ ศาสนาที่ปราศจากวิทยาศาสตร์คือคนตาบอด
Religion without science is blind, science without religion is lame.
จิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่มักเผชิญการต่อต้านอย่างรุนแรงจากจิตใจที่อ่อนด้อย
Great spirits have often encounteres violent opposition from weak mind
ความจริงที่แท้เป็นภาพลวงตา แม้ว่ามันจะประทับฝุงแน่นก็ตาม
Reality is merely an illusion, albeit a very persitant one.
บุคคลที่จะเริ่มมีชีวิตที่แท้จริงก็ต่อเมื่อเขาสามารถดำเนินชีวิตโดยหลุดพ้นจากตัวตน
A person starts to live when can live outside himself.
บางครั้งคนเราก็ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อบางสิ่งที่ไร้ค่า
Sometimes one pays most for the things one gets for nothing.
ผู้ไม่เคยทำอะไรผิดเลย คือผู้ที่ไม่เคยพยายามทำอะไรใหม่เลย
Anyone who has never made a mistake has never tried anything new.
มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของส่วนรวมที่เรียกว่าเอกภพ เป็นเพียงเศษเสี้ยวส่วนจำกัดของอวกาศและเวลา
มนุษย์รับรู้ตัวตน ความคิด ความรู้สึก เหมือนเป็นสิ่งที่แยกออกจากสิ่งอื่นๆ... นั่นเป็นเพียง
ภาพลวงตาที่สร้างขึ้นมาภายในจิตใจ ภาพมายานี้คือสถานที่คุมขังพวกเรา
จำกัดพวกเราให้ลุ่มหลงอยู่กับกิเลศตัณหา และหลงไหลไปกับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ใกล้ตัว
ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของเราคือการปลดปล่อยตัวเองออกจากสถานที่คุมขังแล้วก้าวไปสัมผัสกับความจริง
มีเมตตาต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมวล และเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติโดยรวมอย่างแท้จริง
A human being is a part of a whole, call by us 'universe', a part limited in tome and space.
He experiences himself, his thoughts and feeling as something separated from the rest...
a kind of optical delusion of his consciousness. This delusion is a kind of prison os us,
restricting us to our personal desires and to effection for a few things nearest to us.
Our tasks must be free oueselves from this prison by widening our circle of compassion
to embrace all living creatures and the whole of nature in its beauty.
ทัศนคติที่อ่อนด้อยนำไปสู่การดำเนินชีวิตที่อ่อนแอ
Weakness of attitude becomes weakness of character
ศาสนาแห่งอนาคตจะเป็นศาสนาแห่งจักรวาล ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนเหตุผลและประสบการณ์
ฏิเสธความเชื่อที่ไร้เหตุผล ถ้าหากจะเสาะหาศาสนาที่สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์
ศาสนานั้นน่าจะเป็นศาสนาพุทธ
The religion of the future will be a cosmic religion. The religion which based on reason
experience, which re fuses dogmatic. If there's any religion that would come the
scientific needs it will be Buddhidhism.
มีสองสิ่งที่ไม่มีที่สิ้นสุด คือเอกภพกับความโง่เขลาของมนุษย์
แต่เอกภพข้าพเจ้าไม่แน่ใจนัก
Two things are infinite : the universe and human stupidily ; and I'm not sure
about the universe.
ข้าพเจ้าไม่เคยคิดถึงอนาคต เพราะมันมาถึงด้วยความเร็วสูง
I never think of the future. It becomes soon enough.
ความปิติที่ได้รับจากการรับรู้และประจักษ์แจ้งคือของขวัญอันยิ่งใหญ่จากธรรมชาติ
Joy in looking and comprehending is nature's most beautiful gift.
ข้าพเจ้าเตือนสติตัวเองวันละหลายร้อยครั้งว่าภายในและภายนอกของข้าพเจ้า
เกิดขึ้นมาจากสิ่งอื่นและข้าพเจ้าจะต้องตอบแทน ให้มากพอไกบที่ข้าพเจ้าได้รับมา
A hundred time everyday I remind myself that my inner and outer lives are bases on
the labors of others. So I most reward them as much as I receive.
มีเพียงชีวิตเพื่อผู้อื่นเท่านั้นที่มีคุฯค่าแก่การมีชีวิต
Only a life lived for others is a life worth while.
คุฯค่าของมนุษย์อยู่ที่สิ่งที่เขาให้ ไม่ใช่ความสามารถในการแสวงหา
The value of a man resides in what he give and not in what he si capable of receiving.
จงมองลึกลงไปในธรรมชาติ แล้วเราจะเข้าใจสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น
Look deep, deep into nature you will understand everything better.
ศาสนา ศิลปะ และวิทยาศาสตร์ คือกิ่งก้านสาขาจากลำต้นเดียวกัน
All religion, arts and science are branches of same tree.
ม.. หมดหัวข้อแรกแล้ว
ใช้วาลาพิมพ์ทั้งหมด 1 ชั่วโมงกับอีก 20 นาทีพอดี
//มือจะหักแหล่ว TT^TT
credit : หนังสือประมวลวาทะของไอสไตน์เพื่อเข้าใจถึงความคิดของไปอสไตน์ วิเคราะห์วาทะของไอสไตน์เพื่อค้นหาแนวคิดของตนเอง
เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย
ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก